Articles

BACK TO ARTICLES
FONT SIZE: A A A
Nov 07, 2018

ฮอร์โมนเพศชาย มีความต่างจากเพศหญิง  ร่างกายของผู้หญิงจะหยุดสร้างฮอร์โมนเพศหญิง เมื่อถึงวัยหมดประจำเดือนและไม่อาจเรียกกลับคืนมาได้อีก ในกรณีของผู้หญิง เมื่อมาพบแพทย์จึงต้องมีการรับฮอร์โมนทดแทน

แต่สำหรับผู้ชายนั้นแม้จะมีอาการต่าง ๆ เกิดขึ้นจากการที่ระดับ ฮอร์โมนลดต่ำลง แต่ร่างกายผู้ชายไม่เคยหยุดสร้างฮอร์โมนเพศชาย  ดังนั้น ผู้ชายจึงสามารถฟื้นฟูการสร้างฮอร์โมนเพศชายได้ โดยแพทย์จะแนะนำให้ ปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้ชีวิตเพื่อกระตุ้นการสร้างฮอร์โมนให้กลับเป็นปกติอีกครั้ง  แต่ในผู้ชายสูงวัย หลังจากแพทย์ตรวจวิเคราะห์หากมีภาวะพร่องฮอร์โมนเพศชาย ก็จะมีการให้ฮอร์โมนเพศชาย เสริมต่อเนื่องได้  และวิธีการในการกระตุ้นร่างกายให้สร้างฮอร์โมนอย่างปกตินั้นตามธรรมชาติทำดังต่อไปนี้

1.เข้านอนตั้งแต่หัวค่ำหรือก่อนเที่ยงคืน

2.ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งการออกกำลังกายเพื่อกระตุ้นฮอร์โมนนี้ ควร30 นาทีขึ้นไป

3.เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และเสริมสร้างฮอร์โมนเพศชาย

4.งดสิ่งเสพติด บุหรี่ สุรา และของมึนเมาต่างๆ

5.สุดท้าย สำคัญที่สุดคือ ต้องคิดบวก มองทุกอย่างในแง่ดี จะได้ไม่เกิดภาวะซึมเศร้า ซึ่งอาจทำให้คุณนอนไม่หลับได้

เชื่อว่าการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมแนวทางการ ดำเนินชีวิต ควบคู่ไปกับการดูแลอย่างดีจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

ทั้งนี้ เพื่อให้วัย คุณเป็นการเริ่มต้นของความสุข และคุณภาพชีวิตที่ดี เลี่ยงการเกิดโรคได้

 

1.โรคกระดูกพรุน

สาเหตุของโรคกระดูกพรุน ปัจจัยเสี่ยงต่างๆที่นำไปสู่โรคกระดูกพรุน ดังนี้ อายุ โดยธรรมชาติ ร่างกายจะมีการสะสมแคลเซียมเข้าในกระดูกเพื่อให้มวลกระดูกหนาแน่นขึ้น โดยจะมีความหนาแน่นสูงสุดที่อายุประมาณ 30 ปี และจะคงที่อยู่ระหว่าง 30-40 ปี และมวลกระดูกจะลดลงเรื่อยๆทุกปีหลังจากนั้นจนกระทั่งวัยหมดประจำเดือนในผู้หญิง หรือผู้ชายวัย 40+ จะมีการลดลงของมวลกระดูก อย่างรวดเร็ว และ เมื่ออายุมากกว่า 65ปี มวลกระดูกจะลดต่ำลงจนถึงจุดเสี่ยงต่อการเกิดกระดูกหัก

2.โรคหย่อนสมรรถภาพระยะ1-3

ผู้ชายที่มีอาการอวัยวะเพศชายไม่แข็งตัว หรือแข็งตัวได้ไม่นานพอที่จะมีเพศสัมพันธ์ได้ ควรทราบว่าตนเองกำลังมี ‘อาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศ’ (Erectile Dysfunction หรืออีดี) อาการอีดีเกิดขึ้นได้ทั้งในผู้ชายสูงอายุและวัยหนุ่ม รวมถึงผู้ที่เป็นโรคเบาหวานเรื้อรัง  อาจทำให้เสียความมั่นใจ เครียดสะสม ซึ่งบ่อยครั้งทำให้ชีวิตคู่มีปัญหาหรือบานปลายถึงขั้นเลิกราก็มี “อาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศเป็นอาการที่ไม่ควรละเลย มี 3 ระดับ ถือเป็นสัญญาณเตือนว่าผู้ป่วยมีความเสี่ยงที่จะเป็น 5 โรคร้ายแรง จึงควรรีบไปพบแพทย์ เพื่อรับคำปรึกษาและทำการรักษาตั้งแต่ระยะแรกเริ่ม ไม่ควรซื้อยามารับประทานเอง”

3.โรคความดันโลหิตสูง

โรคความดันโลหิตสูง พบบ่อยสุดในผู้ใหญ่เพศชายโรคความดันโลหิตสูง หรือที่ทางการแพทย์เรียกว่า ภาวะความดันโลหิตสูงนั้น เป็นโรคที่พบบ่อยที่สุดในกลุ่มผู้ใหญ่ เฉลี่ยแล้วตกประมาณ 25-30% ของประชากรโลกที่อยู่ในกลุ่มผู้ใหญ่ทั้งหมด และมักพบบ่อยในกลุ่มของผู้ชายมากกว่ากลุ่มผู้หญิง สาเหตุของการเกิดโรคความดันโลหิตสูง

มีอยู่หลายสาเหตุด้วยกัน คือ

เกิดจากพันธุกรรม ซึ่งโอกาสที่คนในครอบครัวจะเป็นโรคชนิดนี้เป็นไปได้สูงมาก

เกิดจากโรคอ้วนหรือร่างกายมีน้ำหนักที่เกินตัว เนื่องจากโรคชนิดนี้เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เป็นโรคเบาหวานและโรคหลอดเลือดต่างๆ เกิดภาวะตีบจากภาวะไขมันไปเกาะที่ผนังหลอดเลือด เมื่อเกิดโรคชนิดนี้ขึ้นในร่างกาย ก็จะทำให้เกิดโรคความดันโลหิตสูงตามมาได้ง่าย

เกิดจากการเป็นโรคไตเรื้อรัง เนื่องจากโรคชนิดนี้จะส่งผลถึงการสร้างเอนไซม์และฮอร์โมนที่มีส่วนในการควบคุมความดันโลหิต

เกิดจากการมีพฤติกรรมการสูบบุหรี่ เพราะในบุหรี่มีสารพิษที่อยู่ในควันปริมาณมาก ซึ่งเป็นสารที่ส่งผลต่อการทำให้เกิดการอักเสบ เกิดการตีบตันของหลอดเลือดต่างๆ รวมทั้งหลอดเลือดไต อีกทั้งยังส่งผลต่อหลอดเลือดหัวใจ

เกิดจากการดื่มสุรา เพราะการดื่มสุราจะส่งผลทำให้หัวใจของคนเราเกิดภาวะที่เต้นเร็วกว่าปกติ และนั่นก็จะส่งผลต่อการเป็นโรคความดันโลหิตสูงสูงถึงประมาณ 50% ของผู้ที่ติดสุรา

เกิดจากการทานอาหารที่มีรสเค็มเป็นประจำ เพราะความเค็มที่ร่างกายได้รับในปริมาณที่มากจนเกินไป มีส่วนทำให้เกิดโรคความดันโลหิตสูงได้

เกิดจากขาดการออกกำลังกาย เพราะการไม่ออกกำลังกายนั้นจะส่งผลต่อการเป็นโรคอ้วนและโรคเบาหวาน ซึ่งหากเผชิญกับโรคทั้งสองชนิดนี้ ก็จะทำให้เกิดโรคความดันโลหิตสูงได้

เกิดจากผลข้างเคียงของการทานยา เช่น การทานยาที่อยู่ในกลุ่มสเตียรอยด์

4.โรคหัวใจ

อาการโรคหัวใจมีหลายประเภท โรคหัวใจที่สำคัญ แบ่งได้ดังนี้ คือ ภาวะหัวใจล้มเหลว / หัวใจอ่อนกำลัง (Heart Failure)

ภาวะหัวใจล้มเหลว ไม่ได้หมายความว่า หัวใจจะหยุดทำงาน แต่เป็นภาวะที่หัวใจไม่สามารถทำงานได้ดีอย่างที่ควรจะเป็น ภาวะที่หัวใจอ่อนแอหรืออ่อนกำลังลง ทำให้การทำสิ่งต่าง ๆ ซึ่งปกติเป็นเรื่องง่ายกลายเป็นเรื่องยากมากขึ้น แต่ก็ยังมีวิธีต่างๆ ที่ผู้ป่วยและแพทย์จะร่วมมือกันเพื่อช่วยให้หัวใจกลับมาทำงานได้ดีขึ้น

โรคหลอดเลือดหัวใจตีบตัน

โรคหลอดเลือดหัวใจตีบตัน เป็นโรคหัวใจที่พบบ่อยในผู้ใหญ่ ปัจจัยเสี่ยงสำคัญได้แก่ อายุที่มากขึ้น การสูบบุหรี่จัด ภาวะไขมันในเลือดสูง โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง และการไม่ออกกำลังกายเป็นประจำ ทำให้มีการตีบตันในหลอดเลือด เกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดได้

อาการ

ผู้ป่วยจะมีอาการเจ็บแน่นหน้าอก หรือเหนื่อยง่าย จุกแน่น เสียดหรือแสบร้อนในบริเวณทรวงอก เหงื่อออก ใจสั่น เป็นลม อาจเป็นแบบฉับพลันและรุนแรงจนทำให้เกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายหรือที่เรียกว่า หัวใจพิบัติ ( Heart attack ) ผู้ป่วยมีโอกาสเสียชีวิตสูงหากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีและเหมาะสม ถือเป็นภาวะวิกฤตที่ต้องได้รับการรักษาโดยด่วน

ภาวะ หัวใจเต้นผิดจังหวะ

ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ หมายถึง ภาวะหัวใจเต้นเร็ว หรือช้ากว่าปกติ เนื่องจากความผิดปกติของการกำเนิดกระแสไฟฟ้าหัวใจ การนำไฟฟ้าหัวใจ หรือทั้ง 2 อย่างร่วมกัน ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ อาจเกิดจากโรคหัวใจหลายชนิด เช่น ลิ้นหัวใจผิดปกติ กล้ามเนื้อหัวใจผิดปกติ หรือหลอดเลือดหัวใจตีบตัน หรือความผิดปกติอื่น ๆ เช่น การส่งกระแสลัดวงจร มีแผลเป็นหรือก้อนไขมัน ทำให้หัวใจมีจุดที่สร้างกระแสไฟฟ้าหัวใจผิดปกติ

อาการ

ผู้ป่วยอาจมีอาการใจสั่น หน้ามืด เจ็บหน้าอก อ่อนเพลีย หมดสติ หรือ หัวใจวาย ขึ้นกับอัตราเร็วของหัวใจเต้น ระยะเวลาที่เกิด รวมทั้งสาเหตุ อย่างไรก็ตามถ้าหัวใจบีบตัวได้ปกติ โอกาสเกิดหัวใจวายก็น้อย

5.โรคอัมพฤกษ์

โรคอัมพฤกษ์ อัมพาต หรือโรคหลอดเลือดสมอง คือ ภาวะที่สมองขาดเลือดไปเลี้ยงทำให้เกิดอาการ ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด แขนขาข้างใดข้างหนึ่งอ่อนแรงหรือชาที่เกิดขึ้นอย่างทันทีทันใด ถือเป็นอาการของโรคหลอดเลือดสมอง ซึ่งแบ่งเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ตามสาเหตุของการเกิดคือ

โรคหลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตัน พบประมาณร้อยละ 75 ของโรคหลอดเลือดสมองทั้งหมด โดยอาจจะมีสาเหตุมาจากการหนาตัวจนเกิดการตีบหรืออุดตันของหลอดเลือดในผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวและควบคุมได้ไม่ดี เช่น ภาวะอ้วน เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง สูบบุหรี่ หรือในผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะจะมีโอกาสเกิดลิ่มเลือดในหัวใจและหลุดลอยไปอุดตันหลอดเลือดในสมอง เป็นต้น

โรคหลอดเลือดสมองแตก ถึงแม้จะพบน้อยกว่าโรคหลอดเลือดสมองตีบ แต่มีความรุนแรงมากกว่าโดยพบโรคหลอดเลือดสมองแตกประมาณร้อยละ 30 อาการของโรคจะขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่มีการแตกของหลอดเลือด และตำแหน่งที่ลิ่มเลือดอยู่ โดยอาจจะมีสาเหตุมาจากความดันโลหิตสูงที่ควบคุมได้ไม่ดี หรือในผู้ป่วยที่มีความผิดปกติของผนังหลอดเลือดทำให้มีหลอดเลือดโป่งพองจนเกิดการแตก เมื่อมีเลือดออกในสมอง จะทำให้เกิดการกดเบียดเนื้อสมองข้างเคียง หรือทำให้การไหลเวียนเลือดในสมองผิดปกติ ผู้ป่วยจะมีอาการคล้ายกับอาการเส้นเลือดสมองตีบหรืออุดตัน แต่อาจจะมีอาการมากกว่า ร่วมกับมีอาการปวดศีรษะรุนแรง อาเจียนพุ่ง ความรู้สึกตัวลดลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งหากรักษาช้า อัตราความพิการหรือเสียชีวิตก็จะยิ่งเพิ่มสูงขึ้น

ผู้มีอาการดังกล่าวต้องรีบไปโรงพยาบาลภายในเวลา 4 ชั่วโมงครึ่งหรือโดยเร็วที่สุด

 

หากมีปัญหาเกี่ยวกับน้องชาย หรือสุขภาพเพศชายอื่นๆ สอบถามได้ที่

MEN’S HEALTH BY APEX ให้คำปรึกษา โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านสุขภาพ

●ตรวจภาวะพร่องฮอร์โมน

●รักษาภาวะหย่อนสมรรถภาพชาย

●ปรึกษาอาการแข็งตัวไม่เต็มที่

●สร้างกล้ามเนื้อ BUILD MUSCLE

●เสริมสร้างสมรรถภาพด้วยเทคโนโลยี Linear Shockwave Therapy

●P-SHOT FOR MEN (PRP)

📣📣📣 ลงทะเบียนรับสิทธิ์ส่วนลด เพื่อตรวจภาวะพร่องฮอร์โมนเพศชาย  https://bit.ly/2RywfFS

MEN’S HEALTH BY APEX MEDICAL CENTER
Mobile : 088 870 0045  062 709 6747
LIne ID : @apexmen
หรือคลิก LINE:http://line.me/ti/p/%40apexmen

Comments

FacebookTwitterInstagramPinterestLinkedInGoogle+YoutubeRedditDribbbleBehanceGithubCodePenEmail